วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553


Mr. Chatthong Srisaroch

Address : 26/586 Soi Ekkachai 69/1 Ekkachai Road, BangBon Bangkok Postal code 10150
Phone : 083-711-0559
My birthday : 25 July 1989
My nickname : Ping
Age : 21
Height : 178 cm
Weight : 75 kg Marital
Status : Single
Military Service : Exempted
Bachelor : Major Computer Business, Business Administration, Faculty of Management, Bansomdejchaopraya Rajaphat University

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Tab ใน NYC



ซัมซุง อิเล็กทรอนิคส์ เปิดตัวอุปกรณ์แท๊บเล็ตแอนดรอยด์ในสังกัด Galaxy Tab อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ที่งานอีเว้นท์ในเมืองนิวยอร์กซิตี้ตามความคาดการณ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ผ่าน 4 เครือข่ายชื่อดังในสหรัฐฯ อันได้แก่ Verizon, Sprint, T-Mobile และ AT&T

โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา The Wall Street Journal ได้มีการรายงานข่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่เพิ่งผ่านมานี้ ซัมซุงจะมีการเปิดตัวแนะนำอุปกรณ์แท๊บเล็ตน้องใหม่ในสังกัดอย่าง Samsung Galaxy Tab ในตลาดสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ โดยมี 4 ผู้ให้บริการเครือข่ายชื่อดังของสหรัฐฯ ได้แก่ Verizon, Sprint, T-Mobile และ AT&T เข้ามารับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้บริการ ซึ่ง Galaxy Tab ใหม่นี้ ซัมซุงตั้งใจที่จะนำเข้ามาแข่งขันกับเจ้าตลาด Apple iPad ในขณะนี้ โดยจะมีการรันระบบปฏิบัติการยอดฮิต แอนดรอยด์ 2.2 สำหรับราคาจำหน่ายที่แน่นอนยังไม่มีการเปิดเผย โดยจะขึ้นอยู่กับแต่ละเครือข่าย แต่เชื่อว่าน่าจะมีราคาอยู่ที่ระหว่าง 200-300ดอลล่าร์สหรัฐฯ

โดยซัมซุงมีแพลนที่จะส่งออกแท๊บเล็ตใหม่นี้ราว 10 ล้านเครื่องใน 3 ตลาดใหญ่ทั่วโลกในปีหน้า แต่ยังไม่ได้ระบุสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย โดย Galaxy Tab จะมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว รันซอฟท์แวร์แอนดรอยด์จากกูเกิ้ล รองรับเครือข่ายทั้ง Wi-Fi, Bluetooth และ 3G พร้อมกล้องภายใน ซึ่ง Galaxy Tab นี้ เค้าว่ากันว่าคือ สมาร์ทโฟน Galaxy S ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ ยังรองรับการทำงานที่ไม่มีใน iPad ซึ่งซัมซุงตั้งใจนำมาตีตลาด นั่นก็คือ การใช้งาน Flash Player 10.1 ที่ผู้ใช้จะสามารถมองเห็นคอนเทนท์ต่างๆที่เป็นไฟล์แฟลชได้ อีกทั้งยังมี ไคโรสโคปและตัวเร่ง หน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 16 และ 32GB แรม 512MB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำเพิ่มได้ด้วยการ์ด MicroSDHC สูงสุดขนาด 32GB

เดลล์เผยโฉมโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลก


เดลล์พร้อมวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลกภายใต้ชื่อ “Adamo” มีความบางเพียง 0.65 นิ้ว (16.5 มิลลิเมตร) เฉือนเอาชนะ X300 ของ เลอโนโว ที่บาง 0.73 นิ้ว (18.5 มิลลิเมตร) และ Macbook Air ที่ 0.76 นิ้ว (19.4 มิลลิเมตร)

Adamo มาจากภาษาละตินแปลว่า ตกหลุมรัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ของเดลล์จะผลิตมาตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มี ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล

ตัว เครื่องทำจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว สัดส่วนภาพ 16:9 รองรับความละเอียด 720p ใช้หน่วยประมวลผล Core 2 Duo ภายใต้ชิปเซ็ต Intel Mobile 965 หน่วยความจำ DDR3 2GB (สูงสุด 4GB) การเชื่อมต่อไวเลสมาตรฐาน 802.11n บลูทูธ 2.1 หน่วยบันทึกข้อมูลแบบ SSD

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อจะมี ยูเอสบี 2 พอร์ต คอมโบยูเอสบี และ eSATA 1 พอร์ต ช่องพิเศษสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับต่อพอร์ต HDMI, VGA และ DVI และช่องเสียบสายแลน นอกจากนี้ยังมีระบุไว้ว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง

ในส่วนของระบบปฏิบัติการเนื่องจากใช้ Core 2 Duo ทำให้สามารถใช้งาน Windows Vista Home Premium Edition SP1 แบบ 64 บิต สำหรับราคาจำหน่ายในสเปก Core 2 Duo 1.2GHz SSD 128 GB จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 71,000 บาท) ส่วน Core 2 Duo 1.4GHz พร้อมหน่วยความจำ 4 GB จะอยู่ที่ประมาณ 2,700 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,000 บาท)

ลือไมโครซอฟท์ออก Zune รุ่นใหม่ปีหน้า




สำนักข่าว ZDNet รายงานข่าววงในว่า ไมโครซอฟท์จะออกเครื่องเล่นมัลติมีเดียตระกูล Zune รุ่นใหม่ซึ่งถูกเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า Zune HD2 ในปี 2011 ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในขณะนี้แต่นักสังเกตการณ์เชื่อว่าข่าวลือดังกล่าวไม่ใช่เรื่องโคมลอย เนื่องจากแม้ Zune จะไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง แต่เชื่อกันว่าไมโครซอฟท์อาจจะสามารถพลิกชะตา Zune อีกครั้งด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 ซึ่งกำลังจะคลอดสู่ตลาดในปลายปีนี้
ข่าวลือระบุด้วยว่า ไมโครซอฟท์จะพัฒนาให้ Zune HD2 มีความจุเท่าเดิม 16GB, 32GB และ 64GB แต่จะมาพร้อมชิป Nvidia Tegra และทำงานร่วมกับชิป ARM
Zune นั้นเป็นเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาที่ไมโครซอฟท์หมายมั่นปั้นมือมาให้ชนกับ iPod ของแอปเปิล ไมโครซอฟท์นั้นเพิ่งวางจำหน่ายรุ่นล่าสุด Zune HD เมื่อเดือนมีนาคมด้วยการเพิ่มหน้าจอสัมผัส แต่ Zune HD ก็ยังไม่สามารถสร้างตลาดในวงกว้างได้ทั้งที่ไมโครซอฟท์ปรับลดราคาลงแล้วก็ตาม

Mini Laptop 7″ ราคา 40 เหรียญ (1,300บาท)


หากคุณเคยเดินเข้าไปในแผนกขายของเล่นภายในห้างสรรพสินค้า คุณน่าจะเคยเห็นของเล่นที่มีลักษณะคล้ายโน้ตบุ๊ค ตัวเครื่องมีหน้าจอและคีย์บอร์ดที่สามารถเปิดขึ้นมาเล่นเกมส์ง่ายๆ ได้ พร้อมสวิทช์เปิดปิด ซึ่งจะว่าไปห่างชั้นกับคอมพิวเตอร์จริงๆ มาก แต่ราคาของมันกลับไม่ถูกอย่างที่คิดทั้งๆ ที่เป็นของเล่นแท้ๆ ล่าสุดมีบริษัทในฮ่องกงเปิดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอีเบย์ที่มีราคาเพียง 40 เหรียญฯ หรือประมาณ 1,300 บาทเท่านั้น

สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีราคา 40 เหรียญฯนี้ ไม่ใช่ของเล่นที่พูดถึงข้างต้น แต่เป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ ที่สามารถใช้งานได้ โดยตัวเครื่องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows CE โพรเซสเซอร์ ARM VIA 300MHz หน่วยความจำ 128KB พร้อมสตอเรจ 2GB หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล แถมยังมีลำโพงคู่อยู่ด้านข้างของหน้าจอให้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Ethernet และ USB อีก 2 พอร์ต (ของถูกอย่างนี้ยังมีเลย แต่ iPad กลับไม่มีซะงั้น) เชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ Sd

ไม่น่าเชื่อว่า คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะรวมกันออกมา เพื่อจำหน่ายได้ในราคาแค่ 40 เหรียญฯเท่านั้น ประเด็นคือ มันจะทนทานแค่ไหน และประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อต่างๆ แบตเตอรี่ได้คุณภาพ หรือไม่? ตลอดจนแอพพลิเคชันที่ใช้งานได้จะมีอะไรบ้าง ประเด็นเหล่านี้คงต้องการคำตอบอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม มันได้พิสูจน์ว่า โน้ตบุ๊คที่มีราคาแค่ 40 เหรียญฯเป็นไปได้ แต่ทำไม OLPC ทำให้ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญฯ ไม่ได้สักที

ใช้ iPad สร้างภาพ 3D แบบโฮโลแกรม


Aircord Labs พัฒนาอุปกรณ์แสดงผลที่มีดีไซน์คล้ายพีระมิดใส สามารถสร้างภาพสามมิติลอยตัว ( 3D Hologram ) ขึ้นภายในได้ โดยใช้ iPad ทำหน้าที่สร้างภาพที่ต้องการ แม้ภาพโฮโลแกรม ที่เห็นจะใช้เทคนิคการสร้างภาพลวงตาแบบหนึ่ง และที่น่าทึ่งมากๆ ก็คือ มันสามารถมองเห็นส่วนต่างๆ ของภาพวัตถุสามมิติที่สร้างขึ้นได้จากแทบทุกมุมโดยไม่ต้องสวมแว่นตาแต่อย่าง ใด



สำหรับขั้นตอนการสร้างภาพ 3D ด้วยจอพีระมิดของ Aircord Labs นี้จะเริ่มต้นจากการสร้างภาพ 3 ภาพขึ้นบนหน้าจอ iPad โดยแต่ละภาพจถูกสะท้อนลงไปยังจอแสดงผล โฮโลแกรม และถูกรวมเป็นภาพวัตถุชิ้นเดียวตรงกลาง ซึ่งนอกจาก ภาพโฮโลแกรม ที่ปรากฎในพีระมิดจะสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว ทีมพัฒนายังเพิ่มลูกเล่นในการแสดงผล โดยโต้ตอบกับเสียงผ่านทาง iPad ได้อีกด้วย เล่าให้ฟังอาจจะไม่เห็นภาพความน่าทึ่งของแก็ดเจ็ตชิ้นนี้ แนะนำให้ลองชมจากคลิปข้างล่างนี้ดีกว่า รับรองว่า คุณต้องชอบอย่างแน่นอน

Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่เล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม



แอมะซอน (Amazon) ประกาศเปิดตัว Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม พร้อมด้วยคุณสมบัติไร้สาย Wi-Fi ในราคาที่ถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N ขณะเดียวกัน Kindle 3 ยังมีรุ่นทีมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สาย 3G ที่มีราคาสูงกว่าด้วย Amazon หวังว่า Kindle 3 จะทำให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊คเข้าสู่แมสได้
เครื่องอ่านอีบุ๊ค Kindle รุ่นใหม่ล่าสุดของ Amazon จะมีให้เลือก 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ รุ่นที่มาพร้อมกับ Wi-Fi + 3G จะมีราคาอยู่ที่ 189 เหรียญฯ (ประมาณ 6,100 บาท) และรุ่น Wi-Fi อย่างเดียว ราคา 139 เหรียญฯ (ประมาณ 4,500 บาท) ซึ่งจะถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N อยู่ 10 เหรียญฯ (ประมาณ 330 บาท) โดย Kindle รุ่นใหม่มีให้เลือก 2 สีคือ ดำกราไฟท์ และสีขาว ทั้งนี้ทางบริษัทจะเริ่มสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ศกนี้ เป็นต้นไป
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของ Kindle รุ่นใหม่ ก็จะมีตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดกว่าเดิม 21% หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเป็น 4GB (เก็บอีบุ๊คได้ 3,500 ไตเติ้ล) จากเดิมแค่ 2GB และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 2 เท่า (4 สัปดาห์จาก 2 สัปดาห์ เมื่อปิดสวิทช์การเชื่อมต่อไร้สาย) หน้าจอขนาด 6 นิ้ว เหมือนเวอร์ชันแรก น้ำหนักแค่ 8.7 ออนซ์ (247 กรัม) หรือเบากว่าเดิม 15% หน้าจอจะมีคอนทราสกว่าเดิม 50% เหมือน Kindle DX Graphite เปลี่ยนหน้าเร็วขึ้น 20% เสียงคลิกของปุ่มเปลี่ยนหน้าเบากว่าเดิม (จนแทบไม่ได้ยิน) ใข้ท่องเว็บได้ พร้อมฟังก์ชัน Text-to-speech หรือ “อ่านให้ฟัง” นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความสามารถของโปรแกรมอ่าน PDF สามารถเปิดหาศัพท์ใหม่ ไฮไลท์ข้อความ และสนับสนุนการใส่รหัสผ่านป้องกันการเปิดไฟล์เอกสาร PDF ได้อีกด้วย Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ตั้งความหวังไว้ว่า Kindle 3 จะสามารถจุดระเบิดความสนใจของผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น