วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553


Mr. Chatthong Srisaroch

Address : 26/586 Soi Ekkachai 69/1 Ekkachai Road, BangBon Bangkok Postal code 10150
Phone : 083-711-0559
My birthday : 25 July 1989
My nickname : Ping
Age : 21
Height : 178 cm
Weight : 75 kg Marital
Status : Single
Military Service : Exempted
Bachelor : Major Computer Business, Business Administration, Faculty of Management, Bansomdejchaopraya Rajaphat University

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Tab ใน NYC



ซัมซุง อิเล็กทรอนิคส์ เปิดตัวอุปกรณ์แท๊บเล็ตแอนดรอยด์ในสังกัด Galaxy Tab อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ที่งานอีเว้นท์ในเมืองนิวยอร์กซิตี้ตามความคาดการณ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ผ่าน 4 เครือข่ายชื่อดังในสหรัฐฯ อันได้แก่ Verizon, Sprint, T-Mobile และ AT&T

โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา The Wall Street Journal ได้มีการรายงานข่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่เพิ่งผ่านมานี้ ซัมซุงจะมีการเปิดตัวแนะนำอุปกรณ์แท๊บเล็ตน้องใหม่ในสังกัดอย่าง Samsung Galaxy Tab ในตลาดสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ โดยมี 4 ผู้ให้บริการเครือข่ายชื่อดังของสหรัฐฯ ได้แก่ Verizon, Sprint, T-Mobile และ AT&T เข้ามารับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้บริการ ซึ่ง Galaxy Tab ใหม่นี้ ซัมซุงตั้งใจที่จะนำเข้ามาแข่งขันกับเจ้าตลาด Apple iPad ในขณะนี้ โดยจะมีการรันระบบปฏิบัติการยอดฮิต แอนดรอยด์ 2.2 สำหรับราคาจำหน่ายที่แน่นอนยังไม่มีการเปิดเผย โดยจะขึ้นอยู่กับแต่ละเครือข่าย แต่เชื่อว่าน่าจะมีราคาอยู่ที่ระหว่าง 200-300ดอลล่าร์สหรัฐฯ

โดยซัมซุงมีแพลนที่จะส่งออกแท๊บเล็ตใหม่นี้ราว 10 ล้านเครื่องใน 3 ตลาดใหญ่ทั่วโลกในปีหน้า แต่ยังไม่ได้ระบุสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย โดย Galaxy Tab จะมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว รันซอฟท์แวร์แอนดรอยด์จากกูเกิ้ล รองรับเครือข่ายทั้ง Wi-Fi, Bluetooth และ 3G พร้อมกล้องภายใน ซึ่ง Galaxy Tab นี้ เค้าว่ากันว่าคือ สมาร์ทโฟน Galaxy S ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ ยังรองรับการทำงานที่ไม่มีใน iPad ซึ่งซัมซุงตั้งใจนำมาตีตลาด นั่นก็คือ การใช้งาน Flash Player 10.1 ที่ผู้ใช้จะสามารถมองเห็นคอนเทนท์ต่างๆที่เป็นไฟล์แฟลชได้ อีกทั้งยังมี ไคโรสโคปและตัวเร่ง หน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 16 และ 32GB แรม 512MB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำเพิ่มได้ด้วยการ์ด MicroSDHC สูงสุดขนาด 32GB

เดลล์เผยโฉมโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลก


เดลล์พร้อมวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กบางที่สุดในโลกภายใต้ชื่อ “Adamo” มีความบางเพียง 0.65 นิ้ว (16.5 มิลลิเมตร) เฉือนเอาชนะ X300 ของ เลอโนโว ที่บาง 0.73 นิ้ว (18.5 มิลลิเมตร) และ Macbook Air ที่ 0.76 นิ้ว (19.4 มิลลิเมตร)

Adamo มาจากภาษาละตินแปลว่า ตกหลุมรัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้ของเดลล์จะผลิตมาตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มี ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล

ตัว เครื่องทำจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.4 นิ้ว สัดส่วนภาพ 16:9 รองรับความละเอียด 720p ใช้หน่วยประมวลผล Core 2 Duo ภายใต้ชิปเซ็ต Intel Mobile 965 หน่วยความจำ DDR3 2GB (สูงสุด 4GB) การเชื่อมต่อไวเลสมาตรฐาน 802.11n บลูทูธ 2.1 หน่วยบันทึกข้อมูลแบบ SSD

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อจะมี ยูเอสบี 2 พอร์ต คอมโบยูเอสบี และ eSATA 1 พอร์ต ช่องพิเศษสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมสำหรับต่อพอร์ต HDMI, VGA และ DVI และช่องเสียบสายแลน นอกจากนี้ยังมีระบุไว้ว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง

ในส่วนของระบบปฏิบัติการเนื่องจากใช้ Core 2 Duo ทำให้สามารถใช้งาน Windows Vista Home Premium Edition SP1 แบบ 64 บิต สำหรับราคาจำหน่ายในสเปก Core 2 Duo 1.2GHz SSD 128 GB จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 71,000 บาท) ส่วน Core 2 Duo 1.4GHz พร้อมหน่วยความจำ 4 GB จะอยู่ที่ประมาณ 2,700 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,000 บาท)

ลือไมโครซอฟท์ออก Zune รุ่นใหม่ปีหน้า




สำนักข่าว ZDNet รายงานข่าววงในว่า ไมโครซอฟท์จะออกเครื่องเล่นมัลติมีเดียตระกูล Zune รุ่นใหม่ซึ่งถูกเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า Zune HD2 ในปี 2011 ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในขณะนี้แต่นักสังเกตการณ์เชื่อว่าข่าวลือดังกล่าวไม่ใช่เรื่องโคมลอย เนื่องจากแม้ Zune จะไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง แต่เชื่อกันว่าไมโครซอฟท์อาจจะสามารถพลิกชะตา Zune อีกครั้งด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Phone 7 ซึ่งกำลังจะคลอดสู่ตลาดในปลายปีนี้
ข่าวลือระบุด้วยว่า ไมโครซอฟท์จะพัฒนาให้ Zune HD2 มีความจุเท่าเดิม 16GB, 32GB และ 64GB แต่จะมาพร้อมชิป Nvidia Tegra และทำงานร่วมกับชิป ARM
Zune นั้นเป็นเครื่องเล่นมัลติมีเดียพกพาที่ไมโครซอฟท์หมายมั่นปั้นมือมาให้ชนกับ iPod ของแอปเปิล ไมโครซอฟท์นั้นเพิ่งวางจำหน่ายรุ่นล่าสุด Zune HD เมื่อเดือนมีนาคมด้วยการเพิ่มหน้าจอสัมผัส แต่ Zune HD ก็ยังไม่สามารถสร้างตลาดในวงกว้างได้ทั้งที่ไมโครซอฟท์ปรับลดราคาลงแล้วก็ตาม

Mini Laptop 7″ ราคา 40 เหรียญ (1,300บาท)


หากคุณเคยเดินเข้าไปในแผนกขายของเล่นภายในห้างสรรพสินค้า คุณน่าจะเคยเห็นของเล่นที่มีลักษณะคล้ายโน้ตบุ๊ค ตัวเครื่องมีหน้าจอและคีย์บอร์ดที่สามารถเปิดขึ้นมาเล่นเกมส์ง่ายๆ ได้ พร้อมสวิทช์เปิดปิด ซึ่งจะว่าไปห่างชั้นกับคอมพิวเตอร์จริงๆ มาก แต่ราคาของมันกลับไม่ถูกอย่างที่คิดทั้งๆ ที่เป็นของเล่นแท้ๆ ล่าสุดมีบริษัทในฮ่องกงเปิดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอีเบย์ที่มีราคาเพียง 40 เหรียญฯ หรือประมาณ 1,300 บาทเท่านั้น

สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีราคา 40 เหรียญฯนี้ ไม่ใช่ของเล่นที่พูดถึงข้างต้น แต่เป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ ที่สามารถใช้งานได้ โดยตัวเครื่องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows CE โพรเซสเซอร์ ARM VIA 300MHz หน่วยความจำ 128KB พร้อมสตอเรจ 2GB หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล แถมยังมีลำโพงคู่อยู่ด้านข้างของหน้าจอให้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Ethernet และ USB อีก 2 พอร์ต (ของถูกอย่างนี้ยังมีเลย แต่ iPad กลับไม่มีซะงั้น) เชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ Sd

ไม่น่าเชื่อว่า คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะรวมกันออกมา เพื่อจำหน่ายได้ในราคาแค่ 40 เหรียญฯเท่านั้น ประเด็นคือ มันจะทนทานแค่ไหน และประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อต่างๆ แบตเตอรี่ได้คุณภาพ หรือไม่? ตลอดจนแอพพลิเคชันที่ใช้งานได้จะมีอะไรบ้าง ประเด็นเหล่านี้คงต้องการคำตอบอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม มันได้พิสูจน์ว่า โน้ตบุ๊คที่มีราคาแค่ 40 เหรียญฯเป็นไปได้ แต่ทำไม OLPC ทำให้ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญฯ ไม่ได้สักที

ใช้ iPad สร้างภาพ 3D แบบโฮโลแกรม


Aircord Labs พัฒนาอุปกรณ์แสดงผลที่มีดีไซน์คล้ายพีระมิดใส สามารถสร้างภาพสามมิติลอยตัว ( 3D Hologram ) ขึ้นภายในได้ โดยใช้ iPad ทำหน้าที่สร้างภาพที่ต้องการ แม้ภาพโฮโลแกรม ที่เห็นจะใช้เทคนิคการสร้างภาพลวงตาแบบหนึ่ง และที่น่าทึ่งมากๆ ก็คือ มันสามารถมองเห็นส่วนต่างๆ ของภาพวัตถุสามมิติที่สร้างขึ้นได้จากแทบทุกมุมโดยไม่ต้องสวมแว่นตาแต่อย่าง ใด



สำหรับขั้นตอนการสร้างภาพ 3D ด้วยจอพีระมิดของ Aircord Labs นี้จะเริ่มต้นจากการสร้างภาพ 3 ภาพขึ้นบนหน้าจอ iPad โดยแต่ละภาพจถูกสะท้อนลงไปยังจอแสดงผล โฮโลแกรม และถูกรวมเป็นภาพวัตถุชิ้นเดียวตรงกลาง ซึ่งนอกจาก ภาพโฮโลแกรม ที่ปรากฎในพีระมิดจะสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว ทีมพัฒนายังเพิ่มลูกเล่นในการแสดงผล โดยโต้ตอบกับเสียงผ่านทาง iPad ได้อีกด้วย เล่าให้ฟังอาจจะไม่เห็นภาพความน่าทึ่งของแก็ดเจ็ตชิ้นนี้ แนะนำให้ลองชมจากคลิปข้างล่างนี้ดีกว่า รับรองว่า คุณต้องชอบอย่างแน่นอน

Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่เล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม



แอมะซอน (Amazon) ประกาศเปิดตัว Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม พร้อมด้วยคุณสมบัติไร้สาย Wi-Fi ในราคาที่ถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N ขณะเดียวกัน Kindle 3 ยังมีรุ่นทีมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สาย 3G ที่มีราคาสูงกว่าด้วย Amazon หวังว่า Kindle 3 จะทำให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊คเข้าสู่แมสได้
เครื่องอ่านอีบุ๊ค Kindle รุ่นใหม่ล่าสุดของ Amazon จะมีให้เลือก 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ รุ่นที่มาพร้อมกับ Wi-Fi + 3G จะมีราคาอยู่ที่ 189 เหรียญฯ (ประมาณ 6,100 บาท) และรุ่น Wi-Fi อย่างเดียว ราคา 139 เหรียญฯ (ประมาณ 4,500 บาท) ซึ่งจะถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N อยู่ 10 เหรียญฯ (ประมาณ 330 บาท) โดย Kindle รุ่นใหม่มีให้เลือก 2 สีคือ ดำกราไฟท์ และสีขาว ทั้งนี้ทางบริษัทจะเริ่มสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ศกนี้ เป็นต้นไป
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของ Kindle รุ่นใหม่ ก็จะมีตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดกว่าเดิม 21% หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเป็น 4GB (เก็บอีบุ๊คได้ 3,500 ไตเติ้ล) จากเดิมแค่ 2GB และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 2 เท่า (4 สัปดาห์จาก 2 สัปดาห์ เมื่อปิดสวิทช์การเชื่อมต่อไร้สาย) หน้าจอขนาด 6 นิ้ว เหมือนเวอร์ชันแรก น้ำหนักแค่ 8.7 ออนซ์ (247 กรัม) หรือเบากว่าเดิม 15% หน้าจอจะมีคอนทราสกว่าเดิม 50% เหมือน Kindle DX Graphite เปลี่ยนหน้าเร็วขึ้น 20% เสียงคลิกของปุ่มเปลี่ยนหน้าเบากว่าเดิม (จนแทบไม่ได้ยิน) ใข้ท่องเว็บได้ พร้อมฟังก์ชัน Text-to-speech หรือ “อ่านให้ฟัง” นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความสามารถของโปรแกรมอ่าน PDF สามารถเปิดหาศัพท์ใหม่ ไฮไลท์ข้อความ และสนับสนุนการใส่รหัสผ่านป้องกันการเปิดไฟล์เอกสาร PDF ได้อีกด้วย Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ตั้งความหวังไว้ว่า Kindle 3 จะสามารถจุดระเบิดความสนใจของผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

พานาฯใช้ AR บน iPhone โชว์ 3DTV


ปัจจุบันการแข่งขันตลาดทีวีสามมิติ (3D TV) ค่อนข้างดุเดือด เนื่องจากมีบริษัทผู้ผลิตทีวีแทบทุกเจ้าเข้ามาเล่นในตลาดนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, Sony หรือแม้แต่ Panasonic ที่เข้ามาเล่นในตลาดนี้กับเขาด้วยแล้วในที่สุด แน่นอนว่า ผู้ผลิตรายต่างๆ ที่เข้ามาก่อนหน้านี้จะได้นำเสนอทีวี 3D ของพวกเขาไปบนแทบจะทุกสื่อแล้ว ดังนั้นการเปิดตัว 3D VIERA ของ Panasonic จึงต้องคิดหาสื่อใหม่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่ม และสมจริงยิ่งกว่า ซึ่งตัวแทนของเทคโนโลยีที่นำมาผูกกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใกล้เคียงที่ผู้บริโภคจะได้รับจากผลิตภัณฑ์นั่นก็คือ เทคโนโลยี AR กับมือถืออวัยวะที่ 33 ของคนรุ่นใหม่อย่าง iPhone นั่นเอง



3D VIERA AR Greeting เป็นแอพพลิเคชันแจกฟรีบน iPhone เพียงแค่ผู้ใช้โหลดแอพฯดังกล่าว แล้วหันกล้องของ iPhone ไปยังเสื้อยืด Panasonic (หรือพิมพ์ภาพโค้ดพิเศษบนกระดาษ A4 ก็ได้) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ภาพเสมือนของจอทีวี Viera จะแสดงซ้อนทับบนเสื้อยืด พร้อมทั้งการปรากฎตัวของสัตว์ต่างๆ ในรูปแบบ 3D เคลื่อนไหวได้โผล่ทะลุจอดังกล่าวออกมา และเมื่อใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอ iPhone บริเวณที่ตัวสัตว์โผล่ทะลุภาพจอ 3D VIERA ออกมา แอพพลิเคชันก็จะเปลี่ยนเป็นสัตว์ชนิดอึ่นขึ้นมาแทน งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า แผนโปรโมทด้วยวิธีนี้ของ Panasonic ในญี่ปุ่นจะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจได้แค่ไหน

iWatch จากไอเดียกลายเป็นของจริง!!!



ดีไซน์ของบริษัทแรกชื่อว่า iLoveHandles โดยใช้ชื่อ Rock Band แนวคิดในอการออกแบบก็ง่ายมาก เพียงแค่ทำสายรัดนาฬิกาข้อมือที่มาพร้อมกับรอยเว้าบนสาย โดยเมื่อใช้คลิปที่อยู่ด้านหลังของ iPod Nano หนีบเข้าไปตรงบริเวณนี้ ผลลัพธ์นอกจากจะทำให้ iPod Nano อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสมบนสายรัดข้อมือแล้ว มันยังช่วยล็อคตัวเครื่องไม่ให้เลื่อนไปมาอีกด้วย เพียงแค่นี้เจ้าของ iPod Nano รุ่นใหม่ก็ได้นาฬิกาข้อมือที่ใช้ฟังเพลงได้แล้ว สนนราคาอยู่ที่ 19.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 680 บาท



นอกจากจะมีดีไซน์ที่เป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือโดยบริษัท Rock Band แล้ว ยังมีดีไซน์ iWatch ของอีกเจ้าหนึ่งชื่อว่า Incipio ซึ่งแทนที่จะออกแบบเป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือ บริษัทนี้เลือกที่จะออกแบบเป็นเคสแข็งที่ป้องกัน iPod Nano ไปด้วยพร้อมกัน โดยเรียกมันว่า Linq ซึ่งนอกจากจะทำให้มันดูเหมือนนาฬิกาข้อมือมากขึ้นแล้ว ยังดูสวยงาม และแข็งแรงกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องราคา และกำหนดวางตลาดของ Linq ออกมาแต่อย่างใด? อีกหนึ่งไอเดียที่ซ่อนอยู่ภายใต้การเปลี่ยน iPod Nano เป็นนาฬิกาข้อมือก็คือ การใช้เครืองเล่น MP3 แทนนาฬิกาไปด้วยในตัวนั่นเอง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น+ยามไฮเทคฯโผล่อีกรุ่น


ความจริงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายจานบิน สามารถเคลื่อนที่ไปตามพื้นห้อง เพื่อดูดฝุ่นได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ของใหม่เลย แต่พัฒนาการของมันน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่สามารถตรวจจับขอบบันไดไม่ให้ตัวเองร่วงตกหล่น ไปจนถึงวิ่งเข้าหาที่ชาร์จได้เองเมื่อแบตฯใกล้หมด มาจนถึงในช่วงปีสองปีมานี้ มันได้รับการพัฒนาให้สามารถทำหน้าที่เป็น"ยาม"ไฮเทคได้ด้วย


ก่อนหน้านี้ MS800 จาก MSI เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดขึ้น สามารถเชื่อมต่อการทำงานผ่านบลูทูธ (ใช้มือถือควบคุมได้) แถมยังมีเว็บแคมในตัวทำให้มันสามารถเป็นยามสอดส่องดูแลความเรียบร้อยในห้องนอนลูกๆ แทนคุณได้อีกต่างหาก ล่าสุด Samsung กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เหมือนกัน โดยอัพเกรด VC-PL62W ให้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีกล้องติดมาด้วยเช่นกัน โดยสามารถดูดฝุ่นไปพร้อมกับตรวจตราไปรอบๆ ห้องให้กับคุณด้วย จุดเด่นของ VC-PL62W ก็คือ คุณสามารถติดตามดูวิดีโอจากกล้องของมันจากที่ไหนก็ได้ โดยสามารถตั้งให้มันส่งภาพวิดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ หรือมือถือของคุณก็ได้ สำหรับหุ่นดูดฝุ่นและยามรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในเกาเหลีใต้ สนราคาอยู่ที่ 799,000 วอน หรือประมาณ 21,100 บาท

GreenSound ชุด"ลำโพงแก้ว"เสียงใสกิ๊ง



GreenSound Technology ได้พัฒนาลำโพงที่สามารถสร้างเสียงเพลงให้ออกมาดังกังวาน 360 องศารอบทิศทาง ซึ่งลำโพงที่ว่านี้มีลักษณะแตกต่างจากลำโพงทั่วไป โดยเป็น"แผ่นแก้วใสบางๆ" คล้ายใบมีดที่ถูกเซาะให้เกิดร่องเล็กๆ โดยรอบ พร้อมทั้งเจาะรู เพื่อให้เสียงที่เกิดจากการสั่นของแผ่นแก้วใสที่ใช้แทนลำโพงมีความก้องกังวานหวานหูได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ การสั่นของแผ่นแก้วรูปทรงดังกล่าวทำให้เกิดเสียงขึ้นมา โดยเสียงที่ออกด้านบนจะให้เสียงสูงแหลมออกมา


ลำโพงแก้วที่เห็นในรูปนี้ ทางบริษัทบอกว่า มีหลายโมเดล และคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันได้เช่นเดียวกับลำโพงทั่วไป โดยมันมีทั้่งแบบที่ทำหน้าที่เป็น Subwoofer ด้วย ทั้งนี้ในรูปแบบที่เห็นเป็นทรงสูงชื่อ Serac Towers จะสามารถให้กำลังเสียงได้มากถึง 25 วัตต์ที่ช่วงความถี่ 300Hz-15kHz โดยแก้วไม่แตก ในขณะที่ลำโพงทรงเตี้ยที่อยู่ตรงกลางชื่อว่า Bravura จะทำหน้าที่เป็น Subwoofer ที่ตอบสนองเสียงความถี่ต่ำสุดได้ถึง 40Hz แต่มีกำลังถึง 150 วัตต์ ทึ่สำคัญลำโพงเหล่านี้ทำงานแบบไร้สายด้วยวงจรที่อยู่ฐานล่างของมัน ลองชมคลิปตัวอย่างจากในงานแสดงข้างล่างนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะทึ่ง แต่เชื่อว่า ถ้าได้ยินราคาคาดว่าน่าจะอึ้งยิ่งกว่า

WinDroid สมาร์ทโฟน 2 โอเอสมาแล้ว!!!




WinDroid เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งานมือถือ Windows Mobile และ Android Phone บนเครื่องเดียวกัน โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปิดเครื่องด้วย Android OS 1.6 (อัพเกรดเป็น 2.1 ได้ แลกกับรับประกัน?) หรือจะเป็น Windows Mobile 6.5 Pro ก็ได้ โดยผู้ใช้เลือกบู๊ตได้ผ่านหน้าจอสัมผัส ระบบภายในใช้โพรเซสเซอร์ Marvell PXA310 ทำงานที่ความเร็ว 624MHz รองรับระบบเครือข่าย GSM และไม่มีการล็อคระบบใดๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า คุณสามารถใช้ WinDroid กับประเทศใดก็ได้



นอกจากส่วนประมวลผล และระบบหน้าจอสัมผัสแล้ว สเป็กส่วนอื่นๆ ของ WinDroid ประกอบด้วยกล้องดิจิตอล 2M เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 2.0 และ Wi-Fi 802.11b/g และ GPS เรียกได้ว่า ฮาร์ดแวร์ของมือถือโดยรวมตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานครบถ้วน ความละอียดของการแสดงผลหน้าจออยู่ที่ 240 x 400 พิกเซล ผู้ใช้สามารถค้นหาเส้นทางด้วย Google Map ได้
สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจ WinDroid สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ Chinavasion ด้วยสนนราคา 239 เหรียญฯ (ประมาณ 7,400 บาท) ซึ่งหากคุณต้องการมือถือเครื่องเดียวที่มีทั้ง Windows Mobile และ Android ให้เล่น WinDroid น่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด จะว่าไปแค่ขาด iPhone เท่านั้น หวังว่า เราคงจะไม่เห็น iPhoWinDroid เป็นเวอร์ชันต่อไปของมือถือรุ่นนี้หรอกนะ





ไอสตูดิโอ เปิดตัวไอพ็อดใหม่ของปี 2010



หลังจากที่แอปเปิิ้ลได้เผยโฉมเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดรุ่นใหม่ ไปล่าสุด ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ชูความหลากหลายของฟังก์ชันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้ง ไอพ็อดทัช ไอพ็อดนาโน และไอพ็อดชัฟเฟิล…
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2553 นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ผู้บริหาร บริษัทงบริษัทคอปเปอร์ไวด์ จำกัด และผู้บริหารร้าน iStudio ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว New iPod 2010 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ iStudio ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร ที่ถือเป็นไอสตูดิโอสาขาล่าสุดของทางบริษัทคอปเปอร์ไวด์ จำกัด
ประเดิมรุ่นแรกด้วย iPod touch ใหม่ ที่ Apple เพิ่มฟีเจอร์ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง รองรับ FaceTime ให้คุณได้สนุกกับ VDO Call เพียงแค่มี Apple ID ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่มาพร้อมกับ iPod touch ได้ หรือจะคุยกับผู้ที่ใช้ iPhone 4 ผ่านระบบ Wi-Fi ก็ได้เช่นกัน สำหรับสัดส่วนภายนอกของ iPod touch นั้นมีขนาดบางและกะทัดรัดกว่าเดิม ด้วยขนาด 7.2 มม. เป็น iPod touch รุ่นบางที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมาพร้อมกับจอ Retina ด้วยความละเอียด 960×640 พิกเซล โดยแสดงผลที่ 326 พิกเซลต่อนิ้ว ที่ให้คุณภาพคมชัดที่แตกต่างจาก iPod รุ่นเดิม ส่วนด้านหลังเครื่องยังคงเอกลักษณ์เดิม คือ เป็นสีเงินมันวาวและมีกล้องติดมาด้วยที่มุมบนซ้าย ที่จะเป็นทั้งกล้องถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งไปในตัว
กล้องที่ติดมาเมื่อบันทึกวิดีโอสามารถบันทึกได้ที่ระดับ HD (720P) และระบบกล้องความละเอียด 960×720 พิกเซล อีกทั้งบริเวณด้านบนของตัวเครื่องจะมีกล้องซึ่งมีความละเอียดที่ระดับ VGA 640×480 พิกเซล และยังได้บรรจุขุมพลังของ Apple A4 Chip ที่มีประสิทธิภาพสูงและยังช่วยในการประหยัดพลังงานมาไว้ใน iPod touch ใหม่ นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ iPod touch ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่มากมายของ iOS 4.1 ที่ติดตั้งมากับ iPod touch ทุกเครื่อง และสามารถฟังเพลงได้ยาวนานกว่าเดิมถึง 40 ชั่วโมง ดูไฟล์วีดีโอได้นาน 7 ชั่วโมง และมาพร้อมกับ Bluetooth 2.1+EDR และ Wi-Fi 802.11 b/g/n รวมทั้ง Game Center ที่จะช่วยหาคู่เล่นให้คุณได้ประลองฝีมืออย่างเต็มที่ และติดตามข่าวสาร ตลอดจนคะแนนสูงสุดของแต่ละเกม รวมทั้งจัดกลุ่มผู้เล่นได้ตามใจชอบ (iPod touch 8GB ราคา 7,900 บาท, iPod touch 32GB ราคา 10,400 บาท และ iPod touch 64GB ราคา 13,900 บาท)
ขณะที่ iPod nano มากับการออกแบบโฉมใหม่ที่แตกต่างจาก iPod nano รุ่นก่อนหน้า ทำให้ iPod nano ใหม่ เป็นการใช้งานมัลติทัชแบบทัชสกรีน ด้วยระบบจอสัมผัสขนาด 1.5 นิ้ว ที่ความคมชัด 240×240 พิกเซล บวกกับตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 46% และเบากว่าเดิม 42% กับสีสันที่มีให้เลือกถึง 7 สีด้วยกัน คือ สีเงิน, เทาควันบุหรี่ น้ำเงิน เขียว ส้ม และชมพู พร้อมกับการออกแบบให้มีคลิปที่คุณสามารถคลิปติดกับเสื้อผ้าชุดโปรดของคุณได้ตามใจชอบ
สำหรับส่วนของหน้าจอแบบมัลติทัชนั้น การแสดงผลจะสามารถโชว์ไอคอนได้ 4 เมนูด้วยกัน ถ้าต้องการย้ายหรือสลับตำแหน่งเมนูก็สามารถทำได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว รวมทั้งด้านฟีเจอร์ของ iPod nano ใหม่ ยังมีส่วนของฟังค์ชั่นวิทยุ, Nike+iPod และ VoiceOver กับครั้งแรกที่ iPod nano พูดภาษาไทยได้ นอกจากนี้ iPod nano ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย และสามารถฟังเพลงได้นานขึ้นถึง 24 ชั่วโมง พร้อมความจุ 8 GB และ 16 GB (iPod nano 8GB ราคา 5,400 บาท และ iPod nano 16GB ราคา 6,600 บาท)
ส่วน ท้ายสุดกับ iPod shuffle รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับจอที่เพิ่มปุ่มควบคุมด้านหน้า เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น และขนาดที่เล็กลง เพรียวบาง และสะดวกในการพกพา พร้อมทั้งระบบควบคุมเครื่อง โดยใช้ปุ่มกดมาผนวกเข้ากับ VoiceOver ช่วยให้การสั่งงานที่สมบรูณ์ขึ้นกว่าเดิม กับ 5 สีสันสะดุดตา ได้แก่ สีเงิน, ฟ้า, เขียว, ส้ม และชมพู (iPod shuffle 2GB ราคา 2,000 บาท)

เปิดตัว Google Instant "ไม่ทันพิมพ์เสร็จก็เห็นผลเสิร์ช"


ยักษ์ใหญ่กูเกิล (Google) เปิดตัวบริการค้นหาหรือเสิร์ชข้อมูลออนไลน์ทันใจเพื่อช่วยผู้ใช้ประหยัดเวลา มาในชื่อ Google Instant ซึ่งจะแสดงผลการค้นหาขณะที่พิมพ์คีย์เวิร์ด เร็วกว่าเดิมที่ผลเสิร์ชจะแสดงหลังผู้ใช้พิมพ์คีย์เวิร์ดเสร็จแล้วและกดปุ่ม Enter หรือคลิกเมาส์เพื่อยืนยันการค้นหาเท่านั้น
มาริสสา เมเยอร์ (Marissa Mayer) รองประธานกูเกิลฝ่ายพัฒนาประสบการผู้ใช้ เปิดตัว Google Instant ในงานประชุมที่กูเกิลจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Museum of Modern Art ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยให้ข้อมูลว่า Google Instant เปิดให้ใช้งานแล้วในสหรัฐฯเป็นที่แรก ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่ในประเทศอื่นๆภายในสัปดาห์นี้
หลักการทำงานของ Google Instant คือการเสนอลิงก์ข้อมูลแบบคาดเดาว่าผู้ใช้จะค้นหาอะไรในแต่ละอักษรคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ลงไปในกล่องค้นหาของกูเกิล เช่น เมื่อผู้ใช้พิมพ์อักษร "w" กูเกิลจะแสดงผลเสิร์ชเกี่ยวกับพยากรณ์อากาศหรือ weather ทันที และที่พิเศษคือจะเป็นข้อมูลพยากรณ์อากาศตามท้องถิ่นที่เสิร์ชด้วย
เมเยอร์ให้ข้อมูลบนเวทีว่า เวลาเฉลี่ยที่ผู้บริโภคใช้ในการค้นหาข้อมูลบนกูเกิลนั้นอยู่ที่ 15 วินาทีก่อนการกดปุ่ม enter เพื่อยืนยันการเสิร์ช ขณะที่เวลาเฉลี่ยในการแสดงผลเสิร์ชของกูเกิลนั้นอยู่ที่ราว 300 มิลลิวินาที จุดนี้ Google Instant ถูกออกแบบมาเพื่อลดเวลาไม่กี่วินาทีเหล่านี้ ให้สั้นลงไปอีก
"เราคาดว่า Google Instant สามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถเสิร์ชได้เร็วขึ้นราว 2-5 วินาทีต่อครั้ง" ซึ่งเมื่อรวมการเสิร์ชบนกูเกิลใน 1 วินาทีจากผู้ใช้ทั่วโลกนั้น จะคิดเป็นเวลาที่เร็วขึ้นถึง 11 ชั่วโมง
นักวิเคราะห์มอง Google Instant ว่าเป็นการสร้าง interactive หรือการโต้ตอบในเสิร์ชเอนจิ้นที่เชื่อว่าจะโดนใจผู้ใช้กลุ่ม Power user หรือกลุ่มผู้ใช้งานเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และโดยเฉพาะเมื่อกูเกิลระบุว่ากำลังพัฒนาให้ Google Instant สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์พกพาเช่นสมาร์ทโฟน ก็เชื่อว่าจะทำให้วงการโมบายล์เสิร์ชนั้นขยายวงผู้ใช้มากขึ้น
ทันทีที่ Google Instant เปิดตัว หลายคนหวนไปมอง Bing เสิร์ชเอนจิ้นของไมโครซอฟท์ว่าจะทำอย่างไร เพราะบริการ Google Instant นั้นทำให้ Bing ดูช้าลงขึ้นทันตา ซึ่งจุดนี้คาดว่าจะได้เห็นการเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ใน Bing ต่อไป
การเปิด Google Instant ยังมีผลต่อบริษัทที่ลงโฆษณาออนไลน์กับกูเกิลด้วย โดยเชื่อว่าในอนาคต บริษัทโฆษณาจะจับตาบริการแนะนำผลสืบค้นแบบทันใจนี้ของกูเกิลมากขึ้น และอาจทำให้เกิดโมเดลแสดงโฆษณา"ขณะพิมพ์"เช่นกัน

เอเซอร์ออกสมาร์ทโฟน แดงเพลิงเฟอร์รารี่ กระชากเรตติ้งตลาดแอนดรอยด์


เอเซอร์โดดลงตลาดมือถือสู้ศึกสมาร์ทโฟน ปล่อยทีเด็ด Liquid E Ferrari ออกแบบตามต้นแบบเฟอร์รารี่ มีจำกัดเพียง 500 เครื่องในไทย หวังเอาใจสาวกม้าลำพอง พร้อม STREAM มัลติมีเดียระดับไฮเอนด์...

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด จับกระแสความนิยมสมาร์ทโฟน ด้วย Liquid E Ferrari จากต้นแบบรถแข่งเฟอร์รารี่สีแดงเพลิง ประทับตราม้าลำพอง ผสานเทคโนโลยีแอนดรอยด์ 2.1 และสมาร์ทโฟนมัลติมีเดียระดับไฮเอนด์ STREAM รองรับการทำงานด้านบันเทิงไร้ขีดจำกัด

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงค์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดตัวโน้ตบุ๊กพร้อมโลโก้เฟอร์รารี่ที่สร้างความตื่นเต้นให้วงการโน้ตบุ๊ก ล่าสุด บริษัทฯ เปิดตัว สมาร์ทโฟน Liquid E Ferrari รุ่น Special Edition ด้วยการออกแบบเครื่องจากต้นแบบรถแข่งเฟอร์รารี่ โดยมีจำนวนจำกัดในประเทศไทยเพียง 500 เครื่อง เพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องการเป็นเจ้าของและเก็บสะสม เชื่อว่าสินค้าดังกล่าวจะเป็นที่ต้องการของผู้ชื่นชอบความแรงและดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมีสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ชื่นชอบความบันเทิงรุ่น STREAM รองรับการใช้งานด้านมัลติมีเดียเต็มรูปแบบ

ส่วนเอเซอร์ สมาร์ทโฟน STREAM รองรับการทำงานด้านมัลติมีเดียสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความบันเทิง ทั้งการชมรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ระดับ High Definition การฟังเพลง และการท่องเว็บไซต์ มาพร้อมหน้าจอ AMOLED WVGA 3.7 นิ้ว ระบบสัมผัสแบบ Capacitive น้ำหนัก 126 กรัม รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.1 (Éclair) และหน่วยประมวลผล Snapdragon 1GHz หน่วยความจำในเครื่อง 2 GB และรองรับหน่วยความจำ Micro SD สูงสุด 32 GB เชื่อมต่อระบบ 3G และ Wi-Fi พร้อมให้เสียงสมจริงด้วยระบบ Dolby stereo และกล้องออโต้โฟกัสความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมพอร์ท HDMI เชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์ หรือเครื่องรับโทรทัศน์ที่ให้ความละเอียดระดับ HD 720p

ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสมาร์โฟนทั้ง 2 รุ่น ได้จากตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์ทั่วประเทศ และงาน Mobile Expo 2010 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 30 ก.ย.–3 ต.ค.2553 โดย Liquid E Ferrari วางจำหน่ายในราคา 21,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ STREAM ราคา 18,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ โทร.0 2685 4311 หรือ สอบถามด้านเทคนิค โทร.0 2685 4355 และ www.acer.co.th




แอลจีลุยสมาร์ทโฟน ยก"Optimus" รุกตลาดทั่วโลก



แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เดินหน้ากลยุทธ์ขยายส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เปิดตัว LG Optimus One และ Optimus Chic ยิงสดแบบออนไลน์ ตอกย้ำความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลก...

นายสก็อต อาห์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และประธาน กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือของแอลจี กล่าวว่า เพื่อขยายส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก แอลจีให้ความสำคัญในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค ด้วยมือถือในตระกูล LG Optimus Series ที่มาพร้อมสมาร์ทโฟนหลากรุ่นซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน และมีให้เลือกตั้งแต่สมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไปจนถึงระดับพรีเมี่ยม โดยนอกเหนือจากการเปิดตัว LG Optimus One และ Optimus Chic ในวันนี้แล้ว เรายังมีแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนภายใต้ชื่อ LG Optimus Series มากกว่า 10 รุ่น อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2011 อันนับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรุกตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกของแอลจี”
สำหรับ LG Optimus One และ Optimus Chic เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.2 (โฟรโย) ใหม่ล่าสุด ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคข้อมูลข่าวสารได้อย่างแท้จริง โดย LG Optimus One มาพร้อมแพลทฟอร์มแอนดรอยด์ 2.2 (โฟรโย) ซึ่งให้สมรรถนะการประมวลผลอันรวดเร็ว และมีฟังก์ชั่นสุดล้ำให้เชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด รวมทั้งรองรับมัลติมีเดียเพื่อความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ LG Optimus Chic เอาใจคนรุ่นใหม่ผู้ชื่นชอบแฟชั่นและดีไซน์ ด้วยรูปลักษณ์ที่ผสานเส้นสายโค้งมน และรูปทรงเพรียวบาง จึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป ซึ่งมักมีขนาดใหญ่ และไม่น่าใช้

ทั้งนี้ LG Optimus One มาพร้อมบริการใหม่ล่าสุดบนแอนดรอยด์ 2.2 (โฟรโย) อาทิ Google Voice Actions ซึ่งเป็นนวัตกรรมการสั่งงานด้วยเสียงที่จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น เช่น การใช้เสียงในการสั่งโทรออก ส่งเอสเอ็มเอส เปิดแผนที่นำทาง ส่งอีเมล และจดโน๊ตเตือนความจำ เป็นต้น จึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพการใช้งาน Google Mobile Services ได้อย่างเต็มที่

ไอบีเอ็มเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ zEnterprise System



ไอบีเอ็ม เปิดตัว ระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อการบริหารจัดการข้อมูลและดาต้าเซ็นเตอร์ แบบอัจฉริยะ zEnterprise System ด้วยทุนพัฒนากว่า 4.5 หมื่นล้านบาท โดยช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุนได้กว่า 55% และประมวลผลได้เร็วกว่า ไอบีเอ็ม ซิสเต็ม ซี10 ถึง 60%...

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2553 ที่ผ่านมา นายเกรกกอรี่ ล็อตโก รองประธานและผู้บริหารระดับสูง ผลิตภัณฑ์ซิสเต็มซีเซิร์ฟเวอร์ (เมนเฟรม) บริษัท ไอบีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น และนายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดตัว zEnterprise System ปรากฏการณ์ใหม่ของระบบเซิร์ฟเวอร์ซิสเต็มซี (เมนเฟรม) ที่เปี่ยมด้วยพลังและเสถียรภาพสูงสุด ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ไอบีเอ็มเปิดตัวครั้งนี้ นับเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญของไอบีเอ็มในรอบ 20 ปี ที่เกิดจากการค้นคว้าด้วยเงินทุนวิจัยกว่า 45,000 ล้านบาทและการร่วมมือกับลูกค้ารายสำคัญทั่วโลกกว่า 3 ปี เพื่อช่วยให้ทุกธุรกิจสามารถผนวกรวมงานบนเซิร์ฟเวอร์ ทั้งเมนเฟรม พาวเวอร์ 7 และซิสเต็มเอ็กซ์ ได้กว่า 100,000 เซิร์ฟเวอร์เป็นหนึ่งเดียว ทั้งนี้ระบบเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว ยังช่วยธุรกิจประหยัดต้นทุนได้กว่า 55% และสามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่า ไอบีเอ็ม ซิสเต็ม ซี10 (z10) ที่ไอบีเอ็มได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ได้กว่า 60% อีกทั้งยังช่วยธุรกิจประหยัดพลังงานได้อย่างมากอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โปรแกรม Winamp 5.581

โปรแกรม Winamp 5.581




โปรแกรม Winamp 5.581 Full กับ โปรแกรมสำหรับฟังเพลง ยอดนิยม คงไม่มีใครไม่รู้จักโปรแกรมนี้ครับ นั่นก็คือ โปรแกรม Winamp ครับ มาด้วยเวอร์ชั่น 5.581 Full ตัวเต็ม ความสามารถ มากมาย ด้วยความสามารถของตัวโปรแกรม เปิดไฟล์เพลงออดิโอ และ วีดีโอ ก็ได้ รองรับไฟล์หลายนามสกุล เช่น MP3 , OGG , MP2 , MPEG , MP4 , WAV , AVI , MIDI , MID เป็นต้น มีปลั๊กอินรองรับ ปรับแต่งหน้าตา skins ได้และ ฟังเพลงจากช่อง ในอินเตอร์เน็ตได้

ที่มา http://downloadjung.com/2010/07/13/408/

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Firefox มีโปรแกรมเสริมเข้ารหัส https


HTTPS Everywhere ส่วนเพิ่มเติมโปรแกรมสำหรับไฟร์ฟอกซ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวเลือกสำหรับการค้นหาเว็บแบบเข้ารหัสของกูเกิ้ล (Google) โดย EFF ได้เปิดเผยเครื่องมือที่ช่วยเข้ารหัสข้อมูล เพื่อความปลอดภัยขณะที่ติดต่อใช้งานเว็บไซต์ดังๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนอกจากจะสามารถเข้ารหัสข้อมูลขณะใช้งานเว็บไซต์อย่าง Facebook และ Twitter เว็บไซต์ที่สามารถทำงานร่วมกับ HTTPS Everywhere ก็ยังจะมี Google Search, Wikipedia, New York Times, Washington Post, PayPay, EFF, Tor และ Ixquick