วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

Mini Laptop 7″ ราคา 40 เหรียญ (1,300บาท)


หากคุณเคยเดินเข้าไปในแผนกขายของเล่นภายในห้างสรรพสินค้า คุณน่าจะเคยเห็นของเล่นที่มีลักษณะคล้ายโน้ตบุ๊ค ตัวเครื่องมีหน้าจอและคีย์บอร์ดที่สามารถเปิดขึ้นมาเล่นเกมส์ง่ายๆ ได้ พร้อมสวิทช์เปิดปิด ซึ่งจะว่าไปห่างชั้นกับคอมพิวเตอร์จริงๆ มาก แต่ราคาของมันกลับไม่ถูกอย่างที่คิดทั้งๆ ที่เป็นของเล่นแท้ๆ ล่าสุดมีบริษัทในฮ่องกงเปิดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอีเบย์ที่มีราคาเพียง 40 เหรียญฯ หรือประมาณ 1,300 บาทเท่านั้น

สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีราคา 40 เหรียญฯนี้ ไม่ใช่ของเล่นที่พูดถึงข้างต้น แต่เป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ ที่สามารถใช้งานได้ โดยตัวเครื่องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows CE โพรเซสเซอร์ ARM VIA 300MHz หน่วยความจำ 128KB พร้อมสตอเรจ 2GB หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล แถมยังมีลำโพงคู่อยู่ด้านข้างของหน้าจอให้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Ethernet และ USB อีก 2 พอร์ต (ของถูกอย่างนี้ยังมีเลย แต่ iPad กลับไม่มีซะงั้น) เชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ Sd

ไม่น่าเชื่อว่า คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะรวมกันออกมา เพื่อจำหน่ายได้ในราคาแค่ 40 เหรียญฯเท่านั้น ประเด็นคือ มันจะทนทานแค่ไหน และประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อต่างๆ แบตเตอรี่ได้คุณภาพ หรือไม่? ตลอดจนแอพพลิเคชันที่ใช้งานได้จะมีอะไรบ้าง ประเด็นเหล่านี้คงต้องการคำตอบอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม มันได้พิสูจน์ว่า โน้ตบุ๊คที่มีราคาแค่ 40 เหรียญฯเป็นไปได้ แต่ทำไม OLPC ทำให้ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญฯ ไม่ได้สักที

ใช้ iPad สร้างภาพ 3D แบบโฮโลแกรม


Aircord Labs พัฒนาอุปกรณ์แสดงผลที่มีดีไซน์คล้ายพีระมิดใส สามารถสร้างภาพสามมิติลอยตัว ( 3D Hologram ) ขึ้นภายในได้ โดยใช้ iPad ทำหน้าที่สร้างภาพที่ต้องการ แม้ภาพโฮโลแกรม ที่เห็นจะใช้เทคนิคการสร้างภาพลวงตาแบบหนึ่ง และที่น่าทึ่งมากๆ ก็คือ มันสามารถมองเห็นส่วนต่างๆ ของภาพวัตถุสามมิติที่สร้างขึ้นได้จากแทบทุกมุมโดยไม่ต้องสวมแว่นตาแต่อย่าง ใด



สำหรับขั้นตอนการสร้างภาพ 3D ด้วยจอพีระมิดของ Aircord Labs นี้จะเริ่มต้นจากการสร้างภาพ 3 ภาพขึ้นบนหน้าจอ iPad โดยแต่ละภาพจถูกสะท้อนลงไปยังจอแสดงผล โฮโลแกรม และถูกรวมเป็นภาพวัตถุชิ้นเดียวตรงกลาง ซึ่งนอกจาก ภาพโฮโลแกรม ที่ปรากฎในพีระมิดจะสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว ทีมพัฒนายังเพิ่มลูกเล่นในการแสดงผล โดยโต้ตอบกับเสียงผ่านทาง iPad ได้อีกด้วย เล่าให้ฟังอาจจะไม่เห็นภาพความน่าทึ่งของแก็ดเจ็ตชิ้นนี้ แนะนำให้ลองชมจากคลิปข้างล่างนี้ดีกว่า รับรองว่า คุณต้องชอบอย่างแน่นอน

Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่เล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม



แอมะซอน (Amazon) ประกาศเปิดตัว Kindle 3 เครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่า เบากว่า และชัดกว่าเดิม พร้อมด้วยคุณสมบัติไร้สาย Wi-Fi ในราคาที่ถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N ขณะเดียวกัน Kindle 3 ยังมีรุ่นทีมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อไร้สาย 3G ที่มีราคาสูงกว่าด้วย Amazon หวังว่า Kindle 3 จะทำให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊คเข้าสู่แมสได้
เครื่องอ่านอีบุ๊ค Kindle รุ่นใหม่ล่าสุดของ Amazon จะมีให้เลือก 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ รุ่นที่มาพร้อมกับ Wi-Fi + 3G จะมีราคาอยู่ที่ 189 เหรียญฯ (ประมาณ 6,100 บาท) และรุ่น Wi-Fi อย่างเดียว ราคา 139 เหรียญฯ (ประมาณ 4,500 บาท) ซึ่งจะถูกกว่า Nook Wi-Fi ของ B&N อยู่ 10 เหรียญฯ (ประมาณ 330 บาท) โดย Kindle รุ่นใหม่มีให้เลือก 2 สีคือ ดำกราไฟท์ และสีขาว ทั้งนี้ทางบริษัทจะเริ่มสามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ศกนี้ เป็นต้นไป
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของ Kindle รุ่นใหม่ ก็จะมีตั้งแต่เรื่องของดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดกว่าเดิม 21% หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเป็น 4GB (เก็บอีบุ๊คได้ 3,500 ไตเติ้ล) จากเดิมแค่ 2GB และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 2 เท่า (4 สัปดาห์จาก 2 สัปดาห์ เมื่อปิดสวิทช์การเชื่อมต่อไร้สาย) หน้าจอขนาด 6 นิ้ว เหมือนเวอร์ชันแรก น้ำหนักแค่ 8.7 ออนซ์ (247 กรัม) หรือเบากว่าเดิม 15% หน้าจอจะมีคอนทราสกว่าเดิม 50% เหมือน Kindle DX Graphite เปลี่ยนหน้าเร็วขึ้น 20% เสียงคลิกของปุ่มเปลี่ยนหน้าเบากว่าเดิม (จนแทบไม่ได้ยิน) ใข้ท่องเว็บได้ พร้อมฟังก์ชัน Text-to-speech หรือ “อ่านให้ฟัง” นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความสามารถของโปรแกรมอ่าน PDF สามารถเปิดหาศัพท์ใหม่ ไฮไลท์ข้อความ และสนับสนุนการใส่รหัสผ่านป้องกันการเปิดไฟล์เอกสาร PDF ได้อีกด้วย Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ตั้งความหวังไว้ว่า Kindle 3 จะสามารถจุดระเบิดความสนใจของผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

พานาฯใช้ AR บน iPhone โชว์ 3DTV


ปัจจุบันการแข่งขันตลาดทีวีสามมิติ (3D TV) ค่อนข้างดุเดือด เนื่องจากมีบริษัทผู้ผลิตทีวีแทบทุกเจ้าเข้ามาเล่นในตลาดนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, Sony หรือแม้แต่ Panasonic ที่เข้ามาเล่นในตลาดนี้กับเขาด้วยแล้วในที่สุด แน่นอนว่า ผู้ผลิตรายต่างๆ ที่เข้ามาก่อนหน้านี้จะได้นำเสนอทีวี 3D ของพวกเขาไปบนแทบจะทุกสื่อแล้ว ดังนั้นการเปิดตัว 3D VIERA ของ Panasonic จึงต้องคิดหาสื่อใหม่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่ม และสมจริงยิ่งกว่า ซึ่งตัวแทนของเทคโนโลยีที่นำมาผูกกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใกล้เคียงที่ผู้บริโภคจะได้รับจากผลิตภัณฑ์นั่นก็คือ เทคโนโลยี AR กับมือถืออวัยวะที่ 33 ของคนรุ่นใหม่อย่าง iPhone นั่นเอง



3D VIERA AR Greeting เป็นแอพพลิเคชันแจกฟรีบน iPhone เพียงแค่ผู้ใช้โหลดแอพฯดังกล่าว แล้วหันกล้องของ iPhone ไปยังเสื้อยืด Panasonic (หรือพิมพ์ภาพโค้ดพิเศษบนกระดาษ A4 ก็ได้) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ภาพเสมือนของจอทีวี Viera จะแสดงซ้อนทับบนเสื้อยืด พร้อมทั้งการปรากฎตัวของสัตว์ต่างๆ ในรูปแบบ 3D เคลื่อนไหวได้โผล่ทะลุจอดังกล่าวออกมา และเมื่อใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอ iPhone บริเวณที่ตัวสัตว์โผล่ทะลุภาพจอ 3D VIERA ออกมา แอพพลิเคชันก็จะเปลี่ยนเป็นสัตว์ชนิดอึ่นขึ้นมาแทน งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า แผนโปรโมทด้วยวิธีนี้ของ Panasonic ในญี่ปุ่นจะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจได้แค่ไหน

iWatch จากไอเดียกลายเป็นของจริง!!!



ดีไซน์ของบริษัทแรกชื่อว่า iLoveHandles โดยใช้ชื่อ Rock Band แนวคิดในอการออกแบบก็ง่ายมาก เพียงแค่ทำสายรัดนาฬิกาข้อมือที่มาพร้อมกับรอยเว้าบนสาย โดยเมื่อใช้คลิปที่อยู่ด้านหลังของ iPod Nano หนีบเข้าไปตรงบริเวณนี้ ผลลัพธ์นอกจากจะทำให้ iPod Nano อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสมบนสายรัดข้อมือแล้ว มันยังช่วยล็อคตัวเครื่องไม่ให้เลื่อนไปมาอีกด้วย เพียงแค่นี้เจ้าของ iPod Nano รุ่นใหม่ก็ได้นาฬิกาข้อมือที่ใช้ฟังเพลงได้แล้ว สนนราคาอยู่ที่ 19.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 680 บาท



นอกจากจะมีดีไซน์ที่เป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือโดยบริษัท Rock Band แล้ว ยังมีดีไซน์ iWatch ของอีกเจ้าหนึ่งชื่อว่า Incipio ซึ่งแทนที่จะออกแบบเป็นแค่สายรัดนาฬิกาข้อมือ บริษัทนี้เลือกที่จะออกแบบเป็นเคสแข็งที่ป้องกัน iPod Nano ไปด้วยพร้อมกัน โดยเรียกมันว่า Linq ซึ่งนอกจากจะทำให้มันดูเหมือนนาฬิกาข้อมือมากขึ้นแล้ว ยังดูสวยงาม และแข็งแรงกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องราคา และกำหนดวางตลาดของ Linq ออกมาแต่อย่างใด? อีกหนึ่งไอเดียที่ซ่อนอยู่ภายใต้การเปลี่ยน iPod Nano เป็นนาฬิกาข้อมือก็คือ การใช้เครืองเล่น MP3 แทนนาฬิกาไปด้วยในตัวนั่นเอง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น+ยามไฮเทคฯโผล่อีกรุ่น


ความจริงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายจานบิน สามารถเคลื่อนที่ไปตามพื้นห้อง เพื่อดูดฝุ่นได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ของใหม่เลย แต่พัฒนาการของมันน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่สามารถตรวจจับขอบบันไดไม่ให้ตัวเองร่วงตกหล่น ไปจนถึงวิ่งเข้าหาที่ชาร์จได้เองเมื่อแบตฯใกล้หมด มาจนถึงในช่วงปีสองปีมานี้ มันได้รับการพัฒนาให้สามารถทำหน้าที่เป็น"ยาม"ไฮเทคได้ด้วย


ก่อนหน้านี้ MS800 จาก MSI เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดขึ้น สามารถเชื่อมต่อการทำงานผ่านบลูทูธ (ใช้มือถือควบคุมได้) แถมยังมีเว็บแคมในตัวทำให้มันสามารถเป็นยามสอดส่องดูแลความเรียบร้อยในห้องนอนลูกๆ แทนคุณได้อีกต่างหาก ล่าสุด Samsung กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เหมือนกัน โดยอัพเกรด VC-PL62W ให้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่มีกล้องติดมาด้วยเช่นกัน โดยสามารถดูดฝุ่นไปพร้อมกับตรวจตราไปรอบๆ ห้องให้กับคุณด้วย จุดเด่นของ VC-PL62W ก็คือ คุณสามารถติดตามดูวิดีโอจากกล้องของมันจากที่ไหนก็ได้ โดยสามารถตั้งให้มันส่งภาพวิดีโอไปยังคอมพิวเตอร์ หรือมือถือของคุณก็ได้ สำหรับหุ่นดูดฝุ่นและยามรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในเกาเหลีใต้ สนราคาอยู่ที่ 799,000 วอน หรือประมาณ 21,100 บาท

GreenSound ชุด"ลำโพงแก้ว"เสียงใสกิ๊ง



GreenSound Technology ได้พัฒนาลำโพงที่สามารถสร้างเสียงเพลงให้ออกมาดังกังวาน 360 องศารอบทิศทาง ซึ่งลำโพงที่ว่านี้มีลักษณะแตกต่างจากลำโพงทั่วไป โดยเป็น"แผ่นแก้วใสบางๆ" คล้ายใบมีดที่ถูกเซาะให้เกิดร่องเล็กๆ โดยรอบ พร้อมทั้งเจาะรู เพื่อให้เสียงที่เกิดจากการสั่นของแผ่นแก้วใสที่ใช้แทนลำโพงมีความก้องกังวานหวานหูได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ การสั่นของแผ่นแก้วรูปทรงดังกล่าวทำให้เกิดเสียงขึ้นมา โดยเสียงที่ออกด้านบนจะให้เสียงสูงแหลมออกมา


ลำโพงแก้วที่เห็นในรูปนี้ ทางบริษัทบอกว่า มีหลายโมเดล และคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันได้เช่นเดียวกับลำโพงทั่วไป โดยมันมีทั้่งแบบที่ทำหน้าที่เป็น Subwoofer ด้วย ทั้งนี้ในรูปแบบที่เห็นเป็นทรงสูงชื่อ Serac Towers จะสามารถให้กำลังเสียงได้มากถึง 25 วัตต์ที่ช่วงความถี่ 300Hz-15kHz โดยแก้วไม่แตก ในขณะที่ลำโพงทรงเตี้ยที่อยู่ตรงกลางชื่อว่า Bravura จะทำหน้าที่เป็น Subwoofer ที่ตอบสนองเสียงความถี่ต่ำสุดได้ถึง 40Hz แต่มีกำลังถึง 150 วัตต์ ทึ่สำคัญลำโพงเหล่านี้ทำงานแบบไร้สายด้วยวงจรที่อยู่ฐานล่างของมัน ลองชมคลิปตัวอย่างจากในงานแสดงข้างล่างนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะทึ่ง แต่เชื่อว่า ถ้าได้ยินราคาคาดว่าน่าจะอึ้งยิ่งกว่า